ข่าวด่วน 
รับสอนอเมริกัน อิงลิช  -  รับสอนภาษาไทยให้กับชาวต่างชาติและลูกครึ่ง   -  เชี่ยวชาญการว่าความให้ชาวต่างชาติ  -  รับสอนเทนนิส
           *สุดยอดเส้นทางลัด ในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เพื่อการศึกษา,อาชีพ-การงาน, ธุรกิจ-การค้า,เพื่อสาระและบันเทิง
             
- ท่านจะหัวเราะ จนเหงือกและฟันหลุดกระเด็น!!
             - เพิ่มพูนความรู้ เอิ๊กอ๊ากตัวงอ ชะลอความแก่
(คลิกที่นี่)
<The Funtastic Way to Learn English>
 อัพเดททุกวัน มันส์ทะลุโลก
    เว็บสอนภาษา ที่ให้มากกว่าการสอนภาษา  .............    
 

   Blonde to be wild :: ถ้าคุณแน่ อย่าแพ้สาวบลอนด์

        

                A lawyer and a blonde are sitting next to each other on a long flight from LA to NY. The lawyer leans over to her and asks if she would like to play a fun game. The blonde just wants to take a nap, so she politely declines and rolls over to the window to catch a few winks.

The lawyer persists and explains that the game is really easy and a lot of fun. He explains" I ask you a question, and if you don't know the answer, you pay me $5, and vice-versa." Again, she politely declines and tries to get some sleep.

The lawyer, now somewhat agitated, says, "Okay, if you don't know the answer you pay me $5, and if I don't know the answer, I will pay you $500," figuring that since she is a blonde that he will easily win the match. This catches the blonde's attention and, figuring that there will be no end to this torment unless she plays, agrees to the game.

The lawyer asks the first question. "What's the distance from the earth to the moon?" The blonde doesn't say a word, reaches in to her purse, pulls out a five dollar bill and hands it to the lawyer. Now, it's the blonde's turn.

She asks the lawyer: "What goes up a hill with three legs, and comes down with four?" The lawyer looks at her with a puzzled look. He takes out his laptop computer and searches all his references. He taps into the Air phone with his modem and searches the Net and the Library of Congress.

Frustrated, he sends E-mails to all his coworkers and friends he knows. After over an hour, he wakes the blonde and hands her $500. The blonde politely takes the $500 and turns away to get back to sleep.

The lawyer, who is more than a little miffed, wakes the blonde and asks, "Well, so what IS the answer!?" Without a word, the blonde reaches into her purse, hands the lawyer $5, and goes back to sleep!


--------------

 

     ทนายความและสาวบลอนด์ ได้ที่นั่งติดกันบนเที่ยวบินที่ค่อนข้างจะไกลจากแอล.เอ.ไปนิวยอร์ค ทนายก็ถามสาวบลอนด์ว่าสนใจจะเล่นเกมสนุกๆกันมั้ย แม่สาวบลอนด์เธอนั้นอยากจะงีบมากกว่า เธอจึงได้ตอบปฏิเสธไปอย่างสุภาพแล้วเอนตัวไปพิงหน้าต่าง โดยหวังจะหลับสักงีบหนึ่ง

    ทนายไม่ละความพยายาม เขาบอกเธอว่าเกมมันง่ายมาก และก็สนุกมากด้วย : "ฉันก็แค่ถามคำถามเธอข้อหนึ่ง ถ้าเธอตอบไม่ได้ ก็จ่ายมา 5 เหรียญ ถ้าฉันตอบไม่ได้ ก็จ่ายเธอ 5 เหรียญ" และก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เธอนั้นได้ตอบปฏิเสธไปอย่างสุภาพและก็พยายามที่จะงีบ

    ทนายความเริ่มจะเซ็งเป็ดเพราะไม่มีใครเล่นด้วย ยื่นข้อเสนอใหม่ว่า : "เอางี้ก็ได้ ถ้าเธอตอบไม่ได้ ก็จ่ายฉันมา 5 เหรียญ ถ้าฉันตอบไม่ได้ ฉันจะจ่ายเธอ 500" ด้วยคิดว่าเธอนั้นเป็นสาวบลอนด์ซื่อบื้อ ยังไงซะ ก็คงจะหวานคอแร้ง สาวบลอนด์ได้ฟังก็หูผึ่ง ตาโต จมูกยาว(แฮ่ๆ)และคิดว่าถ้าขืนเซย์โนไปเรื่อยๆ ดูท่าทางพี่แกคงจะกวนใจไม่เลิก จึงตอบตกลง

    ทนายจึงถามคำถามแรกว่า : "ระยะทางจากโลกถึงดวงจันทร์นั้น ยาวเท่าไร?" สาวบลอนด์ไม่ตอบ เธอล้วงลงไปในกระเป๋า หยิบเงิน 5 เหรียญส่งให้ทนาย แล้วก็ถึงตาเธอบ้าง

   สาวบลอนด์ : "อะไรเอ่ย ขึ้นเขา มี 3 ขา อีตอนลงมา นั้นมี 4?" ทนายมองเธอแบบมึนตึ้บ แบบว่า อะไรว้าาา? เขาหยิบโน๊ทบุ๊คขึ้นมาเปิดค้นหาคำตอบ เสิร์ชหาทั่วโวยวายเว็บรวมไปถึงห้องสมุดของสภาคองเกรส แต่หาเท่าไร ก็ไม่เจอ

  เซ็งเป็ดสุดๆ เขาส่งอี-แมวไปถามบรรดาเพื่อนร่วมงานและทุกๆคนที่เขารู้จัก ถามจนไม่รู้ว่าจะถามใครแล้ว ก็ไม่มีใครตอบได้ พระเจ้าช่วย กล้วยน้ำว้า!! หลังจากใช้เวลากว่าชั่วโมง เขาก็ปลุกแม่สาวลอนด์ขึ้นมา ยื่นเงิน 500 เหรียญให้เธอ   สาวบลอนด์นั้น รับเงินมาแล้วค่อยๆบรรจงเก็บใส่กระเป๋าแล้วก็หันไปงีบต่อ..คร่อก..ฟี้!!

    เซ็งเป็ดสุดๆ แถมเซ็งห่านอีกตัวเบ้อเริ่ม ทนายปลุกสาวบลอนด์ให้ตื่นขึ้น แล้วยิงคำถามเข้าที่ปลายคาง : "ไหนเธอบอกฉันมาซิ ว่ามันเป็นตัวบ้าอะไรกัน?"
  สาวบลอนด์ไม่ตอบ เธอล้วงลงไปในกระเป๋า หยิบเงิน 5 เหรียญส่งให้ทนายแล้วก็หลับต่อ..แฮ่ๆ

-------------

 ฝึกออกเสียง    

lean over : ลีน โอ๊'เหว่อ(เอนตัว(ไปทางหนึ่งทางใด)) leans over to her ก็หมายความว่า เอนตัวไปที่เจ้าหล่อน(เพื่อจะสนทนาด้วย)

to take a nap : ทู เทค อะ แน่พ(งีบ(ซะหน่อย))v. = to catch a few winks

persist : เผ่อซิ่สท'ฺ(ยืนกราน,ทำต่อไปอย่างไม่ละความพยายาม)n.

decline :: ดิคล่ายนฺ'(ปฏิเสธ(อย่างสุภาพ)v.

agitated : แอ๊จ'จิเถทเถ็ด(รู้สึกไม่ล่ายหลั่งจาย,รู้สึกรำคาญ,เซ็งเป็ด)adj.

torment : ท้อ'เหม่นทฺ(ความทุกข์ทรมาน(ในเรื่องนี้หมายถึงจากการกวนกาย,กวนใจ,กวนโอ๊ย))n.

distance : ดิ๊ส'เต่นซฺ(ระยะทาง)v.

figure : ฟิ้ก'เก่อ(คิด,คิดว่า)v.

- - - - - - - - - - - - -- - - - - - - - -- - - - - - - - - - - -

                        การแนะนำการออกเสียง โดยการเขียนออกมาเป็นตัวหนังสือนั้น ไม่อาจทำได้สมบูรณ์ 100% ขอให้ท่านฟังจากดิคชันนารีออนไลน์(ฟรี) ซึ่งมีอยู่มากมายประกอบไปด้วย. ใช้ google หาดูนะครับ ควรฟังทั้งที่เป็นคำเดี่ยวๆและที่อยู่ในรูปประโยค
            และที่สำคัญครับ การเรียนภาษาในยุคนี้ ผู้สอนไม่ควรมานั่งถามศัพท์นักเรียนทีละคำ-สองคำอีกแล้ว แบบว่า"ไหนบอกซิ..คำนี้แปลว่าอะไร?-คำนั้นแปลว่าอะไร?" การมานั่งท่องศัพท์ทีละคำ-สองคำเหมือนที่เคยเรียนกันมาในอดีต อีกสิบชาติ ก็ไม่พอใช้หรอกครับ เปรียบดังฝนที่ตกลงมาทีละเม็ด-สองเม็ด เอาไปใช้ประโยชน์อะไรไม่ค่อยได้ แต่ควรให้คำศัพท์รวมทั้งเรื่องอื่นๆ สาดเทลงมากระทบร่างเราเหมือนดังห่าฝน..นั่นแหละครับ คือวิธีเรียนภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง(ซึ่งเราได้แนะนำกลวิธีไว้ให้ท่านแล้วในเว็บนี้..และอย่าลืมนะครับว่า ประเทศไทย จะเข้ารวมกลุ่มเป็นAECในอีกไม่นานนี้ ถ้าไม่เร่งพัฒนาภาษากันอย่างจริงจังเสียแต่วันนี้ คนไทย จะเจอปัญหาใหญ่อย่างแน่นอน)

 เกร็ดความรู้      

and vice-versa,and vice versa,or vice versa :: (แอ่นดฺ ไว้ซฺ-เว้อ'ส่า)
=ในทางกลับกัน

สำนวนนี้ เราจะเจอบ่อยมาก
Dogs often chase cats but not usually vice versa.
สุนัขนั้นชอบที่จะไล่แมว แต่แมวนั้นปกติจะไม่นะ

Liza hates him and vice versa .
ลิซ่าเกลียดเขาและเขาก็เกลียดเธอ

ํYou can fly from Bangkok to Ranong or vice versa.
(=also from Ranong to Bangkok.)
คุณนั้นสามารถบินไปกลับกรุงเทพฯ-ระนอง

He explains" I ask you a question, and if you don't know the answer, you pay me $5, and vice-versa."
เขาอธิบาย : ฉันก็แค่ถามคำถามเธอข้อหนึ่ง ถ้าเธอตอบไม่ได้ ก็จ่ายมา 5 เหรียญ ถ้าฉันตอบไม่ได้ ก็จ่ายเธอ 5 เหรียญ

to be more than a little miffed=ยั๊วะ, ฉุน, โกรธ

     คำว่า miffed(มิ่ฟ) มีความหมายว่า "ฉุน(เล็กๆ),โกรธ(เล็กๆ),ระหองระแหง"(adj.ไม่ใช้วางไว้หน้าคำนาม)

    She was a little miffed when I failed to show up, but she calmed down after a while.
     เธอนั้นอารมณ์บ่จอยด้วยเหตุที่ผมนั้นไม่โผล่ศรีษะไป แต่สักครู่หนึ่งก็ค่อยเย็นลง

   "I'm Miffed."
   "บอกว่า โมโห โมโห"

    " โมโห" เป็นชื่อเพลงร็อคที่โด่งดังของวง"ร็อคข้าวปุ้น"        วงดนตรีร็อคที่โด่งดังไปทั่วโลก(อะฮึ้ยๆ!)    พี่น้องชาวไทยส่วนใหญ่จะรู้จักเพลงนี้(พี่น้องชาวไทยส่วนใหญ่ก็คือพี่น้องชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นั่นเอง เพราะเป็นภาคที่มีจำนวนประชากรมากที่สุด(แหม่นบ่?) เชิญทุกท่านรับฟังได้ทางอินเทอร์เน็ต เนื้อเพลงท่อนหนึ่ง จะขึ้นต้นว่า"เป็นหยังจึงมาเป็น
จังซี่ เว่าอีหลี น้ำลายไหลว่อ... "และมีท่อนฮุคเข้าปลายคาง(อีกแระ)ว่า.."ทั้งสูน ทั้งเคียด ขี้เยี่ยวไหล ผู้สาวกะล่อน.."

  "โมโห โมโห
   บอกว่า โมโห โมโห" 

The lawyer, who is more than a little miffed , wakes the blonde and asks,
ทนายความ เซ็งเป็ดสุดๆ แถมเซ็งห่านอีกตัวเบ้อเริ่ม ปลุกสาวบลอนด์ให้ตื่นขึ้นแล้วถาม

การใช้ If ที่แปลว่า"หรือไม่"

(ปกตินั้น เราจะรู้จักคำนี้ ในความหมายว่า"ถ้า" แต่ในวันนี้ เราจะมาเรียนรู้อีกหน้าตาหนึ่งของมัน ซึ่งเราต้องจดจำให้ได้..จะได้เอาไปใช้ได้ถูกต้อง(เราจะเจอบ่อย..ไม่ยากครับ))

จะใช้ตามหลังคำจำพวก ask,wonder,know,find out,etc.เพื่อชี้ให้เห็นหนึ่งหรือสองหรือหลายๆทางเลือกที่จะเป็นไปได้(=whether)

Do you know if she's married?
คุณรู้มั้ยว่าเธอแต่งงานรึยัง?

I wonder if I should buy that new racquet.
ฉันไม่รู้ว่าจะซื้อไม้(เทนนิส)ใหม่อันนั้นดีมั้ยน้าาา.

I couldn't tell if you were laughing or crying.
ฉันดูไม่ออกว่าเธอนั้นกำลังหัวเราะหรือว่าร้องไห้(หรือ ผมดูไม่ออกว่าคุณนั้นกำลังหัวเราะหรือว่าร้องไห้)

Listen to the tune and see if you can remember the words.
ลองฟังท่วงทำนองเพลงดู ดูซิว่าคุณพอจะจำเนื้อมันได้มั้ย

The lawyer leans over to her and asks if she would like to play a fun game.
ทนายก็เอนตัวไปหาเธอแล้วถามว่าสนใจจะเล่นเกมสนุกๆกันมั้ย

- - - - - - - -

   the Library of Congress คือหอสมุดแห่งชาติของอเมริกา เป็นหอสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลก

   Blonde to be wild มาจากเพลง Born to be wild เพลงดังในยุค 60 นับเป็นเพลงชาติของพวก Bikers(สิงห์แมงกะไซ) คำว่า wild นั้น มีความหมายในทางลบ ประมาณว่า"ซ่าส์,บ้าระห่ำ"อะไรทำนองนั้น แต่ก็มีความหมายในทางบวกได้เช่นกัน ดังเช่นในเรื่องนี้เป็นต้น ซึ่งจะมีความหมายว่า"very good" แปลเป็นไทยผสมญี่ปุ่นว่า"สุโค่ย"

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

   * เล่นเกม ฝึกสายตา-พัฒนาคำศัพท์ กับเพลง Born to be wild ครับ(เชิญคลิก)

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

  * รับฟังและรับชมเพลง "โมโห"

    http://www.youtube.com/watch?v=6ynMpb_slTE

 
Back to Top


Copyright (C)
2003 By www.fudfidforfun.com All rights reserved.