ยาฮู-กูเกิล-อีเบย์ไล่ฮุบเว็บไทย

ธุรกิจการให้บริการ-ข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตหรือเว็บท่าในเมืองไทยกำลังตกเป็นเป้าของยักษ์ดอทคอมโลก ที่ต้องการแผ่ขยายอาณาจักรเข้าสู่วงการอินเตอร์เน็ตไทย หลังจากเอ็มเว็บ ดอตคอมยักษ์สัญชาติแอฟริกาใต้ จุดประกายเข้ามาซื้อเว็บไซต์ท่า "สนุกดอตคอม" แล้วตั้งชื่อว่าบริษัทเอ็มเว็บ(ประเทศไทย) ขณะเดียวกันพบว่ายังมีเว็บท่าของไทยที่มีอนาคตอีกหลายตัวที่กำลังเจรจากับพันธมิตรธุรกิจต่างประเทศ เพื่อร่วมกันทำธุรกิจเว็บท่า

นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ อาจารย์พิเศษวิชากฎหมายเทคโนโลยี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและที่ปรึกษาสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย เผยว่าในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมามีการซื้อขายเว็บไซต์ในเมืองไทยนับ 10 ราย โดยมีประมาณ4-5 รายที่ดำเนินการเจรจาซื้อขายและร่วมทุนผ่านผม ในฐานะตัวแทนของเว็บไซต์ไทยในการดำเนินการเจรจา และมีการซื้อขายกันไม่ต่ำกว่า50 ล้านบาทในรายที่ต้องการจะขาย อย่างไรก็ตามในฐานะตัวแทนกฎหมายและดำเนินการเจรจาคงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียด และชื่อเว็บไซต์ได้ ส่วนดีลการร่วมทุนที่ใหญ่สุดปีนี้น่าจะเป็นดีลการร่วมกับพันธมิตรระหว่างอีเบย์ดอตคอม เว็บไซต์ประมูลออนไลน์อันดับหนึ่งของโลก กับเว็บไซต์สนุกดอตคอม

สาเหตุที่ต่างชาติขยายการลงทุนเข้ามาในไทยรวมถึงในภูมิภาคเอเชียนี้ เพราะตลาดในสหรัฐอเมริกาเริ่มอิ่มตัว ซึ่งวิธีการขยายเครือข่ายธุรกิจที่เร็วสุดคือซื้อหรือร่วมลงทุน อีกทั้งเว็บไซต์ของเมืองไทยยังมีราคาถูก ยิ่งในภาวะปัจจุบันเว็บไซต์ของไทยมีข้อจำกัดด้านเงินทุน เมื่อมีต่างชาติมายื่นข้อเสนอขอซื้อก็จำเป็นต้องขาย

"ช่วง 6 เดือน เว็บไซต์ท็อปเทนของโลก ทั้งยาฮู กูเกิล อีเบย์ ต่างเร่งขยายธุรกิจในบ้านเรา โดยรูปแบบที่พวกนี้นำมาใช้เพื่อให้การขยายธุรกิจรวดเร็วมากสุด คือ การร่วมทุนหรือร่วมเป็นพันธมิตรกับเว็บไซต์ไทย ถ้าเขามองแล้วมีโอกาสก็จะซื้อ"

นายไพบูลย์ กล่าวต่ออีกว่าการที่ต่างชาติให้ความสนใจเว็บไซต์ไทย แสดงให้เห็นว่าพวกเขาเชื่อมั่นในองค์ความรู้ และฐานข้อมูล เว็บไซต์สัญชาติไทยว่ามีคุณค่าต่อการดำเนินธุรกิจ แต่ตรงกันข้ามกับรัฐบาลไทยทุกยุคทุกสมัย ที่ไม่เคยให้ความสนใจ ที่จะสนับสนุน ส่งเสริมและปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของคนไทย ซึ่งสวนทางกับต่างประเทศที่ส่งเสริมผู้ประกอบการเว็บไซต์อย่างเต็มที่ สามารถนำเนื้อหา องค์ความรู้ และฐานข้อมูลลูกค้าไปขอกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ แต่ในประเทศไทยนั้น สถาบันการเงินจะไม่ให้การสนับสนุน

ทั้งนี้ มองว่ารัฐบาลควรเร่งผลักดันการแก้ไขกฎหมายการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนให้สามารถใช้งานได้จริง เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการเว็บไซต์ สายพันธุ์ไทย สามารถนำตัวเว็บไซต์ เนื้อหา ฐานข้อมูลที่มีอยู่ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินได้

ด้านแหล่งข่าวจากวงการอินเตอร์เน็ตรายหนึ่ง กล่าวว่า ในช่วงปีสองปีนี้ เว็บไซต์ต่างชาติ ได้เร่งขยายธุรกิจเข้ามาในประเทศไทยและภูมิภาคนี้อย่างหนัก จะเห็นได้ว่าขณะนี้ ยาฮูดอตคอม ดึงคนไทย คือนายจักรพงษ์ คงมาลัย ไปนั่งดูโปรดักส์อยู่ที่สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาค สิงคโปร์ ขณะที่ก่อนหน้านี้กูเกิล ตั้งนางสาวพรทิพย์ กองคุณ เข้ามาเป็นที่ปรึกษาการขยายธุรกิจในเมืองไทย

นอกจากนี้เว็บไซต์รายใหญ่ของโลกเหล่านี้พยายามเข้ามาเป็นพันธมิตรกับเว็บไซต์ใหญ่ของไทย อาทิ การร่วมเป็นพันธมิตรในธุรกิจประมูลซื้อขายสินค้าผ่านเว็บไซต์ของอีเบย์ กับสนุกดอตคอม

ส่วนความเคลื่อนไหวในการซื้อขายธุรกิจดอตคอมช่วงนี้นั้นเร็วๆ นี้จะได้เห็นการซื้อขายบริษัทที่ทำการตลาดผ่านเว็บไซต์ให้บริการเครื่องมือค้นหา หรือ เสิร์ชเอ็นจิ้น มาร์เก็ตติ้ง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการต่อสู้ราคาของ 2 ผู้ให้บริการเว็บไซต์รายใหญ่ คือเอ็มเว็บ เจ้าของเว็บไซต์สนุกดอตคอม กับบริษัท ดิจิไทย เน็ทเวิร์ค จำกัด ในเครือข่ายคาราท มีเดีย เพื่อต่อยอดบริการโฆษณาออนไลน์

ด้านนายต่อบุญ พ่วงมหา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเว็บ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าการแข่งขันบริการเว็บไซต์ปีนี้ค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะการรุกคืบเข้ามาของเว็บไซต์ต่างประเทศ ที่มีกิจกรรมการตลาดเป็นจำนวนมาก โดยปัจจัยที่ทำให้เว็บไซต์รายใหญ่ ทั้งในและต่างประเทศ มีการขยายการลงทุน คือ ตลาดอินเตอร์เน็ตมีการเติบโตขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันรูปแบบธุรกิจยังมีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งในเรื่องของการดำเนินธุรกิจและการหารายได้ จึงน่าจะเป็นโอกาสที่สำคัญในการขยายธุรกิจ ซึ่งรูปแบบการขยายธุรกิจก็มีอยู่ 2 อย่าง คือ ลงทุนทำเองทั้งหมด หรือเดินทางลัดด้วยการซื้อ หรือเป็นพันธมิตรกับคนที่ทำอยู่แล้ว

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา นางสาวลอรี่ นอร์ริงตั้น ประธานบริหาร อีเบย์ อินเตอร์เนชั่นแนล มาร์เก็ตเพลส กล่าวถึงการจับมือกับสนุกดอทคอมเพื่อเปิดเว็บไซ์อี-คอมเมิร์ซฉบับภาษาไทย เนื่องจากว่าชุมชนอี-คอมเมิร์ซ ในประเทศไทยเป็นกลุ่มที่มีการทำธุรกรรมบนอินเตอร์เน็ตมากที่สุด ตามข้อมูลของบริษัทวิจัย ไอดีซี ปัจจุบันไทยมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตมากกว่า 16 ล้านคนอัตราการเติบโตโดยรวมร้อยละ 25 จนถึงปี 2552 โดยไทยจะเป็นประเทศที่ 38 ซึ่งการร่วมมือกับสนุก ในครั้งนี้จะเอื้อให้บริษัททั้งสองได้ผนวกศักยภาพด้านการค้าระหว่างประเทศ และ เว็บไซต์ "สนุก!อีเบย์" จะเปิดซื้อขายได้ภายในอีก 6-7 เดือนข้างหน้า

นายจตุพล ทานาฤทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโกลเบท จำกัด ผู้ให้บริการการทำการตลาดผ่านเว็บไซต์ให้บริการเครื่องมือค้นหา หรือ เสิร์ชเอ็นจิ้น มาร์เก็ตติ้ง กล่าวยอมรับว่าขณะนี้มีบริษัทใหญ่ทางด้านโฆษณาออนไลน์สนใจเข้ามาซื้อกิจการจริง อย่างไรก็ตามไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากติดสัญญาห้ามเปิดเผยข้อมูล ส่วนการที่ธุรกิจของโกลเบทเป็นที่สนใจของบริษัทเหล่านี้ เพราะบริษัทโฆษณาออนไลน์ เริ่มให้สนใจเรื่องการทำตลาดผ่านเว็บไซต์ค้นหา หรือเสิร์ช เอ็นจิ้น แต่ไม่มีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งการสร้างบุคลากร ต้องใช้เงินลงทุน และระยะเวลานาน

ขณะที่ปรเมศวร์ มินศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทบัณฑิตเซ็นเตอร์ จำกัด ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ www.kapook.com ในฐานะผู้ที่ประสบความสำเร็จในการขายเว็บไซต์ www.sanook.com ให้กับบริษัทเอ็มเว็บ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นรายแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม 2542 กล่าวว่าแนวโน้มการซื้อขายเว็บไซต์ หรือธุรกิจดอตคอม กำลังกลับมาอีกครั้งหนึ่ง จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาดอตคอมยักษ์ใหญ่อย่างกูเกิล ไมโครซอฟท์ ยาฮู และอีเบย์ ไล่ซื้อเว็บไซต์กันเป็นจำนวนมาก และก็ยังไม่หยุดซื้อ ซึ่งก็ส่งผลเป็นลูกคลื่นมาในไทย ทั้งนี้มองว่าเกิดจากแนวคิดเว็บ 2.0 ที่สร้างให้เกิดนวัตกรรมบริการใหม่ๆ และเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจเพื่อสร้างบริการใหม่ๆขึ้นมา

ส่วนนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผุ้จัดการ บริษัทตลาดดอตคอม จำกัด ผู้ให้บริการเว็บไซต์ซื้อขายสินค้า www.tarad.com และซื้อขายสินค้ามือสอง www.thaisecondhand.com กล่าวว่าเว็บไซต์ต่างชาติเบนเข็มมาเปิดเกมรุกธุรกิจในไทย และภูมิภาคนี้อย่างหนัก เพราะตลาดสหรัฐเริ่มอิ่มตัวแล้ว โดยส่วนใหญ่จะเข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ ประจำภูมิภาคที่สิงคโปร์ แล้วมีคนที่ดูแลแต่ละท้องถิ่น เว็บไซต์ต่างชาติพวกนี้มีความพร้อมทั้งด้านเงินทุน และเทคโนโลยี ซึ่งเว็บไซต์ของไทยจะต้องปรับตัวเพื่อต่อสู้ ซึ่งสิ่งที่บริษัทดำเนินการอยู่ขณะนี้ คือการปรับธุรกิจไปสู่การอบรมสัมมนา การเปิดสำนักพิมพ์ เพื่อให้บริการอีคอมเมอร์ซ แบบวันสต็อปเซอร์วิส

ส่วนนายมหิธร พงษารัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิจิไทย เน็ทเวิร์ค จำกัด ผู้ให้บริการวางแผนและซื้อสื่อดิจิตอลออนไลน์ ให้ความเห็นว่า ปัจจุบันสื่ออินเตอร์เน็ตมีอัตราการขยายตัวแบบก้าวกระโดด โดยจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตมีประมาณกว่า 10 ล้านคน จึงทำให้ยักษ์ใหญ่วงการอินเตอร์เน็ตของโลกมองเห็นถึงศักยภาพสื่อออนไลน์ของประเทศไทย

 


            

Custom Search

บ้าน,ที่ดิน,รถมือ 2,ของใช้แล้ว

 *เราช่วยท่านขายได้ง่ายๆ

 
 
<Home>